บริษัทโฆษณาออนไลน์

บริษัทโฆษณาออนไลน์ ตัวช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

หลังจากที่อินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทไม่ใช่เพียงแค่สำหรับการดำรงชีวิต แต่รวมไปถึงการทำธุรกิจ หลายอย่างก็ได้เปลี่ยนโฉมใหม่จากสื่อสิ่งพิมพ์ไปเป็นสื่อออนไลน์ การนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือ บริการแบบ Offline Marketing ไม่สามารถที่จะช่วยทำให้จุดหมายของผู้ประกอบกิจการบรรลุวัตถุประสงค์ วิธีการประชาสัมพันธ์สินค้าแบบ “โฆษณาออนไลน์” จึงเกิดขึ้นมา

บริษัทโฆษณาออนไลน์

บริษัทโฆษณาออนไลน์

โฆษณาออนไลน์ หมายถึง สื่อโฆษณารูปแบบหนึ่งปรากฏอยู่บนหน้าอินเทอร์เน็ต มีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ที่ผ่านมาเห็นให้เกิดความต้องการซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นๆ ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน การทำโฆษณาออนไลน์กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก และกำลังเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะการทำโฆษณาออนไลน์นั้นใช้เงินทุนต่ำ ในขณะที่สร้างยอดขายได้สูง เนื่องจากโฆษณาออนไลน์เป็นสื่อที่แพร่กระจายได้เร็วตามอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ แฟนเพจต่างๆ แถมยังกระจายไปในวงกว้าง ถ้าหากผู้ประกอบการมีเทคนิคการทำโฆษณาออนไลน์ที่ดี ก็จะสามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการได้มากขึ้น

ทว่าในการทำโฆษณาออนไลน์ ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็สามารถทำได้และประสบความสำเร็จ หลายครั้งที่ผู้ประกอบหลายรายลงมือทำโดยที่ไม่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการทำโฆษณาออนไลน์ แต่ทำเพียงเพราะคิดว่า “เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้” จนในที่สุด ผลตอบรับจากการทำโฆษณาออนไลน์นั้นก็ไม่สำเร็จดั่งใจ ซ้ำร้ายกว่านั้นคือกลายเป็นความผิดพลาดที่ต้องเสียงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์

เพราะเช่นนั้น “บริษัทโฆษณาออนไลน์” จึงมีความสำคัญ…

บริษัทโฆษณาออนไลน์ เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ที่จะช่วยต่อเติมความสำเร็จของธุรกิจให้เต็ม เพราะบริษัทโฆษณาออนไลน์จะมีความรู้และมีความเชี่ยวชาญทางด้านการทำโฆษณาโดยเฉพาะ โดยเป้าหมายของการทำธุรกิจ คือ การแสวงหาผลกำไร ซึ่งตามหลักความเป็นจริงแล้ว การจะขายสินค้าหรือบริการได้ ธุรกิจนั้นต้องมีรากฐานมาจากการที่สินค้าหรือบริการนั้นเป็นที่รู้จักในวงกว้างมาก่อน ดังนั้นสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเปิดใหม่ หรือธุรกิจที่ต้องการสร้างยอดขาย บริษัทโฆษณาออนไลน์จะช่วย…

  • ประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการให้โด่งดัง
  • วิเคราะห์หากลุ่มเป้าหมายที่เป็น Potential Buyer ของสินค้าหรือบริการ
  • หาช่องทางโปรโมทสินค้าหรือบริการนั้นๆ จากบรรดาสื่อ Social Media และ Search Engine ให้เกิดกระแสบวกติดตลาดออนไลน์
  • ช่วยสร้างสื่อโฆษณาออนไลน์ที่จัดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะการจะส่งข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการไปยังกลุ่มเป้าหมายได้ ต้องมีตัวกลางในการส่งสาร ซึ่งอาจจะเป็น ป้ายแบนเนอร์ ภาพ ข้อความ หรือวิดีโอ ฯลฯ โดยบริษัทโฆษณาออนไลน์จะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการดูแล Website, การจัดทำภาพประกอบ, การสร้าง Content, การจัดวางเนื้อหา ที่รู้ว่าตำแหน่งไหนจะดึงดูดสายตาคนได้มากที่สุด เวลาไหนเหมาะแก่การขาย เวลาไหนเหมาะแก่การให้ข้อมูล รวมถึงรู้ว่าต้องจับกระแสออนไลน์มาประยุกต์ใช้ในการโฆษณาสินค้าอย่างไร เพื่อช่วยเพิ่มยอดขาย
  • กระจายการโฆษณาสินค้าหรือบริการอย่างครอบคลุมด้วยเว็บไซต์พันธมิตรที่บริษัทโฆษณาออนไลน์มี เพราะในบางคราว โฆษณาออนไลน์บางประเภทไม่สามารถทำการขึ้นโฆษณาบน Google หรือ Facebook ได้ อาทิ โฆษณาที่เข้าข่าย 18+ และโฆษณาอาวุธ บริษัทโฆษณาออนไลน์จะช่วยนำลงเว็บไซต์พันธมิตรที่ตนมี

ซึ่งในการทำโฆษณาให้มีคุณภาพและน่าสนใจ เจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของตนเองให้มากและรอบด้านที่สุด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านบวกหรือข้อมูลด้านลบ เพราะรายละเอียดแม้เพียงเล็กน้อยที่ดูไม่น่าสำคัญ แต่ถ้าหากบริษัทโฆษณาออนไลน์มองเห็นว่ามีความน่าสนใจก็อาจนำไปใช้เป็นจุดขายในการทำโฆษณาให้กับสินค้าและบริการนั้นๆ ให้ประสบความสำเร็จได้ นอกจากนี้ ยังถือเป็นการให้ข้อมูลแก่บริษัทโฆษณาออนไลน์เพื่อจะได้สร้างสรรค์โฆษณาได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และสมบูรณ์อีกด้วย

Job Fair เพิ่มโอกาสแก่นักศึกษาจบใหม่ และผู้ที่กำลังหางาน

นอกเหนือจากการค้นหางานผ่านเว็บ สมัครงานผ่าน Email หรือ Walk-In เข้ามายื่นเอกสารที่บริษัทด้วยตัวเองปัจจุบันนี้บริษัทหลายที่ได้ขยายโอกาสแก่ทุกคนที่กำลังหางานที่ใช่ ตำแหน่งที่ถูกใจ ด้วยสิ่งที่เรียกว่า “Job Fair

Job Fair คือ มหากรรมนัดหมายแรงงานขนาดใหญ่ ที่รวมเอาบริษัทชั้นหนึ่ง (จำนวนตามแต่ที่เขาระบุ) มาจัดบูธออกงาน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแนะแนวการทำงานและก็เปิดรับสมัครบุคคลากรที่มีคุณภาพ ส่วนมากดำเนินงานโดยฝ่ายทรัพยากรบุคคล (Human Resource) ของแต่ละบริษัท นิยมจัดขึ้นใน 2 ลักษณะ คือ

  1. บริษัทร่วมมือกับ Organize หรือเว็บไซต์จัดหางาน จัดแสดงงาน Job Fair ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ โดยการจัดงานในลักษณะนี้จะเน้นกลุ่มเป้าหมายไปยังนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่ต้องการสถานที่ฝึกงาน และนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา
  2. บริษัทร่วมมือกับ Organize หรือเว็บไซต์จัดหางาน จัดแสดงงาน Job Fair ตามหอประชุม ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การเรียนรู้ ฯลฯ เพื่อเปิดรับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นบุคคลทั่วไป

 

การเตรียมตัวเข้าร่วมงาน Job Fair

            ไม่ว่าจะลงมือทำอะไรควรคำนึงถึงเสมอว่าความสำเร็จเริ่มมาจากจุดเริ่มต้น การหางานผ่านช่องทางJob Fair ก็เช่นกัน ถ้าคุณหละหลวมการเตรียมพร้อม โอกาสที่คุณจะได้งานก็จะลดลง มิหนำซ้ำคู่แข่งกว่าร้อยคนอาจจะเป็นฝ่ายได้คว้าโอกาสอันงามนั้นไปแทน ฉะนั้นก่อนจะไปหางานที่ Job Fair คุณควรเตรียมตัว เตรียมความรู้ เตรียมเอกสารตาม 4 วิธีที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ให้เรียบร้อย

  • เตรียมเอกสารให้พร้อม เพราะในการสมัครงาน แผนกทรัพยากรบุคคลที่ประจำบูธจะขอรับเอกสารประกอบใบสมัครของคุณ ทั้งนี้เอกสารที่ควรนำติดตัวมาเบื้องต้น คือ Resume ใบแสดงผลการศึกษา ใบรับรองสถานภาพการศึกษา สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน และรูปถ่ายสำหรับสมัครงาน
  • แต่งกายให้เรียบร้อยด้วยชุดสุภาพ เพราะการแต่งกายดีมีชัยเหนือคู่แข่งไปกว่าครึ่ง ซึ่งชุดที่ควรสวมมาร่วมงานควรเป็นชุดที่สุภาพให้เกียรติบริษัทที่ไปสมัคร ผู้ชายไม่ควรใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ผู้หญิงไม่ควรสวมกระโปรงหรือกางเกงที่สั้นเกินไป รวมถึงเสื้อต้องไม่รัดรูปจนโชว์เรือนร่าง
  • ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่สนใจและวางแผนจะไปสมัครให้มากขึ้น เพราะการหาข้อมูลล่วงหน้าว่าบริษัทกำลังมุ่งหาอะไร แบบไหน อย่างไรล้วนเป็นผลประโยนช์แก่ตัวเรามากที่สุด
  • หลังจากค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนในการสรรหาพนักงานของบริษัทที่สนใจจนทราบดีแล้ว ควรเตรียมคำตอบสัมภาษณ์เบื้องต้นให้พร้อม เพราะในการร่วมงาน Job Fair ฝ่ายทรัพยากรบุคคลมีแนวโน้มที่จะสอบถามคำถามเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวคุณ เช่น ข้อมูลส่วนตัว ความสามารถที่มี ทักษะที่มั่นใจว่าจะช่วยพัฒนางานขององค์การได้ เหตุผลที่อยากทำงานที่นี่ ซึ่งหลักในการตอบคำถามให้มีคุณภาพ ควรตอบให้กระชับ ได้ใจความ และตรงประเด็น อาจจะยกตัวอย่างประสบการณ์ในอดีตขึ้นมาอ้างอิงสิ่งที่ตอบเพื่อให้ผู้สัมภาษณ์เข้าใจและเห็นภาพที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

หากผู้ใดกำลังหางาน คลิกที่นี่ http://jobs.nipa.co.th/ ทางนิภา เทคโนโลยี กำลังเปิดรับสมัครพนักงานหลายตำแหน่งด้วยกัน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ นิภา เทคโนโลยี

เลือกแว่นกันแดดให้ปัง และสายตาไม่พัง (ตอน Trick 2 ปัง)

แม้หน้าฝนจะมาเยือน แต่แสงอาทิตย์อันร้อนแรงของประเทศไทยก็ไม่จากหายไปไหน ฉะนั้นสาวๆ ทุกคนห้ามละเลยการพกพาแว่นตากันแดดติดตัวเสมอทั้งตอนไปทำงาน ไปเที่ยว ที่สำคัญสุดระหว่างขับรถที่สายตาอันบอบบางของเราต้องปะทะแสงแดดตลอดเวลา ซึ่งถ้าตอนนี้ใครยังไม่มี อย่าเพิ่งรีบออกไปซื้อค่ะ เพราะวันนี้เรามี 2 วิธีการเลือกแว่นตากันแดดให้ปัง สายตาไม่พัง แถมเข้ากับสถานการณ์มาให้อ่านเพื่อตัดสินใจกันก่อน

ปังที่หนึ่ง เลือกแว่นตากันแดดให้เข้ากับรูปหน้า

แว่นตากันแดด

วางเรื่องฉันต้องตามเทรนด์ให้ทันลงก่อน อย่าคิดว่าการเลือกทรงแว่นให้เหมาะกับใบหน้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ ผู้หญิงที่ต้องใส่แว่นเป็นประจำหลายคนเคยพังมาแล้วกับการจ่ายเงินซื้อแว่นมาแล้วคนรอบข้างทักว่าไม่เหมาะเลย (ถึงกับอยากติด #ร้องไห้หนักมาก) ตอนนี้หยิบกระจกมาดูใบหน้าเรากันว่าเป็นรูปทรงแบบไหน แล้วมาอ่านต่อว่าแว่นตากันแดดทรงไหนเหมาะกับเรา

  1. ใบหน้ารูปหัวใจ (Heart shaped face) ทรงความรัก สาวๆ กลุ่มนี้เป็นสาวหน้าผากกว้าง ปลายคางรูปสามเหลี่ยม การเลือกแว่นตากันแดดที่เหมาะคือแว่นที่ต้องช่วยบดบังความกว้างของหน้าผากได้ เช่น แว่นทรง Cat Eye, Aviator, Rimless และ Wayfarer
  2. ใบหน้ารูปเพชร (Diamond shaped face) อันมีค่า รูปหน้าที่โหนกแก้มจะชัดกว่ารูปหน้าอื่น ส่วนช่วงหน้าผากจะกว้างและปลายคางแหลมมน สาวๆ กลุ่มนี้เหมาะกับแว่น Aviator หรือ Round เพราะช่วยรับโหนกแก้มได้
  3. ใบหน้ารูปไข่ (Oval shaped face) อย่าเพิ่งอ่านข้าม เพราะแม้ใบหน้านี้จะสามารถใส่แว่นทรงอะไรก็ได้ แต่เรามีข้อแนะนำให้สาวๆ ว่าควรเลือกแว่นตากันแดดที่จะช่วยส่งเสริมใบหน้าคุณให้โดดเด่นด้วยสัดส่วนระหว่างแว่นตากับใบหน้าที่ลงตัว เช่น คนที่มีขนาดใบหนาเล็ก ไม่ควรเลือกทรง Oversize คนจมูกโตควรเลือกกรอบแว่นที่มีแกนแว่นที่หนากว่าปกติหรือมี 2 เส้น
  4. ใบหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยม (Square shaped face) สันกรามที่เด่นชัด อย่างแรกที่ต้องทำคือหลีกเลี่ยงแว่นทรงสี่เหลี่ยมทันที คนรอบข้างหรือพนักขายที่ไหนสนับสนุนให้ใส่หรือซื้อก็รีบปฎิเสธไป หันมาสนใจแว่นทรง Aviator หรือแว่นที่มี Curve ที่จะช่วยให้ใบหน้าคุณกลมมนมากขึ้น
  5. ใบหน้ารูปทรงกลม (Round shaped face) แม้เทรนด์ช่วงนี้ผู้หญิงหลายคนจะหันมาฮิตใส่แว่นทรงกลมให้ดูฮิปสเตอร์ (Hipster) หรือวินเทจกัน แต่ผู้หญิงหน้าทรงกลมต้องระวัง เราแนะนำว่า การเลือกแว่นกันแดดของสาวกลุ่มนี้ควรเน้นไปที่แว่นที่มีมุมอย่างแว่นทรงสี่เหลี่ยม, Cat Eye ดีกว่า
  6. ใบหน้ารูปยาว (Long shape face) อาจคล้ายใบหน้ารูปไข่ แต่มีส่วนบริเวณหน้าผากหรือปลายคางที่ยาวกว่าทำให้รูปหน้าของคุณดูยาว ดังนั้นเพื่อลดความยาวเหล่านั้น แว่นที่ควรเลือกมาใส่คือแว่นทรง Oversized, Butterfly, Round และ Wayfarer

 

ปังที่สอง เลือกสีเลนส์ให้เหมาะกับสภาพสายตาและสถานการณ์

เลนส์แว่นตา

เมื่อเทคโนโลยีช่วยสร้างเทรนด์ใหม่ แว่นกันแดดก็ไม่ใช่แค่แว่นที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยกันแดดอีกต่อไป มันกลายเป็นหนึ่งใน Accessories ที่สำคัญสำหรับแฟชั่น ใส่ถ่ายรูปเก๋ๆ ไม่ว่าฤดูไหนก็สวย ยิ่งประเภทของเลนส์ถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ สีสันของเลนส์แว่นก็เพิ่มเข้ามาช่วยตัดแสง UV และเพิ่มคุณสมบัติการมองเห็น แต่สาวๆ รู้ไหมว่าสีของเลนส์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ก่อนหยิบมาใส่เดินออกจากบ้าน สาวๆ ต้องเช็คก่อนนะคะว่าเหมาะกับสภาพสายตาเราและเหมาะสถานการณ์ที่เราจะออกไปเผชิญหรือเปล่า

  1. เลนส์สีเทา หรือเทาเข้ม

เป็นสีที่ธรรมชาติที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีเทา-เขียว เลนส์สีนี้จะช่วยกรองแสงอาทิตย์และตัดแสงจ้าเมื่ออยู่กลางแจ้ง บอกเลยว่าจุดเด่นของเลนส์สีนี้ คือ ใส่แล้วสบายตา ไม่ทำให้สีของวัตถุที่มองเปลี่ยนแปลงเพราะเป็นเลนส์สีที่ซับแสงคลื่นสีต่างๆ ได้อย่างดี ถ้าสาวๆ คนไหนไม่ได้ชอบใจแว่นตากันแดดสีไหนเป็นพิเศษ เราแนะนำสีนี้ที่เข้าได้กับทุกสีผิว ปังและไม่พัง

  1. เลนส์สีน้ำตาล

เป็นเลนส์ที่เหมาะกับการใส่บริเวณชายหาด หรือระหว่างการขับขี่พาหนะที่สายตาต้องสัมผัสกับแสง UV เป็นเวลานาน เพราะเลนส์สีน้ำตาลนอกจากจะช่วยตัดแสงคลื่น UV และแสงสีฟ้าตัวร้ายที่ทำร้ายสายตาเราได้แล้ว ยังเพิ่มประสิทธิภาพของวิสัยทัศน์ด้านการมองให้เห็นวัตถุมีความคมชัดมากขึ้น การเลือกแว่นตากันแดดเลนส์สีนี้เหมาะกับช่วงเวลาที่ทำกิจกรรมที่ต้องตอบสนองแบบเฉียบพลัน เช่น เล่นกอล์ฟ

  1. เลนส์สีเหลือง

คุณสมบัติของเลนส์นี้จะตรงข้ามกับเลนส์สีน้ำตาล ประสิทธิภาพของมันมีผลในช่วงเวลาพลบค่ำ-กลางคืน ไม่ควรใส่ระหว่างการขับขี่พาหนะเนื่องจากเลนส์สีเหลืองมีผลต่อการรับรู้สีของวัตถุที่บิดเบือนไปจากความจริง อาจทำให้ผู้ขับขี่แยกแยะไฟจราจรระหว่างไฟสีเขียวและไฟสีแดงได้ไม่ชัดเจน แต่นิยมในหมู่นักล่าสัตว์

  1. เลนส์สีฟ้า

สีฟ้าจะช่วยทำให้มองเห็นวัตถุสีขาวได้เป็นอย่างดี แต่ตรงข้ามกันคือสีฟ้าจะบิดเบือนการรับรู้สีอื่นๆ ทำให้ผู้ใส่มองวัตถุสีอื่นไม่ชัดเจน แต่เป็นเลนส์ที่ได้รับการรับรองจาก USPAT (United States Professional Tennis Association) สำหรับหรับนักเทนนิสมืออาชีพ

          สดใสจนแสบตา ไม่ใช่พระอาทิตย์ แต่เป็นเธอ.. รู้วิธีการเลือกแว่นกันแดดแล้ว สุดท้ายนี้เราอยากแนะนำหนุ่มๆ สาวๆ ที่จะซื้อแว่นตากันแดดว่าควรออกไปซื้อด้วยตัวเองเพื่อที่จะสามารถลองสวมดูได้ว่าแว่นแบบไหนที่เหมาะกับเราจริงๆ หรือไม่ก็ชวนเพื่อนสนิทไปเลือกด้วยกัน นอกจากจะได้เดินเที่ยวชิคๆ เป็นคู่ เป็นแก๊งค์แล้ว ยังมีคนช่วยตัดสินใจอีกด้วย

ขอบคุณรูปภาพสวยๆจาก เพจ แว่นตา Giftgreats

มวยไทย กีฬาที่ชาวต่างชาติก็ลงแข่งได้

ถ้าพูดถึงกีฬาประจำชาติ สิ่งหนึ่งที่คนไทยจะนึกถึง คือ การแข่งขันมวยไทย กีฬาที่โชว์ทักษะของศิลปะการป้องกันตัวที่แข็งแรง เด็ดขาด แต่ก็แฝงไปด้วยความอ่อนช้อยของท่วงท่า ไม่ว่าจะเป็นการออกท่าทางเตะต่อย รวมไปถึงรำไหว้ครูก่อนเริ่มชก

ข่าวมวย

ในปัจจุบันการแข่งขันชกมวยไทยไม่ได้มีแค่คนไทยเท่านั้นที่ลงแข่ง ชาวต่างชาติก็ได้ให้ความสนใจในกีฬาชนิดนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเราจะมาดูกันว่าเหตุใดชาวต่างชาติหลายๆ คนจึงเข้ามาเรียนรู้มวยไทย

  1. ความแข็งแรงของการออกท่าทาง

ชาวต่างชาติหลายคนมักจะเข้ามาศึกษาศิลปะการต่อสู้แบบไทยๆ เพราะต้องการนำไปเป็นวิชาติดตัวของตนก่อนกลับประเทศ ทั้งนี้เพราะมวยไทยมีความหนักแน่นของแต่ละท่วงท่าเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเตะหรือต่อย ที่ต้องอาศัยความอดทนในการฝึกซ้อม เพื่อให้ชำนาญ แต่เมื่อฝึกซ้อมจนเชี่ยวชาญแล้ว สิ่งที่ได้กลับมาก็ถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว

  1. ความสวยงามของท่วงท่าการไหว้ครู

อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นสเน่ห์ของมวยไทยคือ “การไหว้ครู” ที่จะมีหลากหลายท่าทางที่สื่อถึงการเคารพครูบาอาจารย์ผู้สั่งสอนวิชามวยมา โดยท่าทางการรำมวยเหล่านั้นถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดให้ชาวต่างชาติหันมาสนใจเรียนรู้ รวมไปถึงเข้าร่วมการแข่งขันมวยไทย

  1. การแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์

มวยไทยถือว่าเป็นกีฬาที่มีการแต่งกายที่เมื่อเห็นก็จะทำให้ทราบได้เลยว่าเป็นกีฬาประเภทใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสวมมงคลก่อนขึ้นแข่งขันชกมวย และใส่ขณะรำไหว้ครูเพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลและการระลึกถึงครูอาจารย์ร่วมไปกับการรำไหว้ครู

  1. การเปิดกว้างให้ชาวต่างชาติเข้าแข่งขันมวยไทย

ในปัจจุบันมีการแข่งขันมวยไทยทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศหลายรายการ ที่เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันมวยไทยเหล่านั้น ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้ และทดสอบว่าพวกเขาจะนำวิชาความรู้ที่ได้ศึกษามาใช้ได้มากน้อยเพียงใด และยังสร้างความสนุกสนานให้กับชาวต่างชาติที่มาเรียนและลงแข่งได้อีกด้วย

ทั้งนี้ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดการแข่งขันมวยไทยถือว่าเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในวงกว้างแล้วทั้งไทยและต่างประเทศ โดยการแข่งขันนั้นบางเวทีไม่ได้จำกัดสัญชาติของผู้เข้าแข่งขันจึงอาจมีทั้งชาวไทยและชาวต่างขาติลงแข่ง ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มสีสันและเป็นการเผยแพร่เอกลักษณ์ประจำชาติไทยให้ไปสู่ทั่วโลกได้อีกทางหนึ่ง

Messenger ของ Facebook เตรียมพร้อมสร้างรายได้จากโฆษณา

facebook messengerทาง Facebook มีฟีเจอร์ออกมาใหม่ด้านการโอนเงิน จ่ายเงิน ในขณะที่เราแชท นอกเหนือจากสติ๊กเกอร์ แต่ดูไปดูมาแล้วโมเดลการสร้างรายได้นี้ จะออกมาเป็นโฆษณามากกว่า

ทางผู้บริหารของทาง Messanger เผยว่าบริษัทจะไม่คิดค่าธรรมเนียมจากบริการโอนเงินต่างๆ แต่คงไว้ซึ่ง concepts ของ facebook คือ หารายได้จากโฆษณา โดยรายได้จากโฆษณาเติบโตขึ้น โดยมีรายได้อยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านเหรียญ เพราะเหตุนี้แหละ facebook เลยผลักดันแกมบังคับให้ผู้ใช้งานกัยมาใช้ messenger กันบ้าง

 

รับมือการเปลี่ยนแปลงของ Google Adwords ให้ทัน

ในช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงจากการลงโฆษณา Google Adwords หลายคนพอที่จะทราบแล้วว่าทาง Google ได้ประกาศยกเลิกการแสดงโฆษณาของ Google Adwords ในด้านขวามือทั่วโลก และได้เพิ่มในส่วนด้านบนอีก 1 ช่อง แทน ซึ่งมีเพียง Keyword บางกลุ่มเท่านั้นที่ถูกปรับเปลี่ยน โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มด้าน E-Commerce

google adwords

ตำแหน่งเป็นสาเหตุของจำนวนคลิก

            สาเหตุที่ยกเลิกการแสดงโฆษณาในด้านขวามือ เพราะว่าอัตราการคลิกของแต่ละตำแหน่งที่ต่าง ซึ่งจำนวนการคลิกโฆษณาด้านขวามือต่างจากตำแหน่งด้านบนหลายเท่ามาก ทำให้เป็นการสูญเสียเงินในการลงโฆษณาที่ไม่คุ้ม

Quality คือคำตอบที่นำไปสู่…ความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ทำให้แบรนด์สินค้าและเว็บไซต์ต่างๆที่เป็น E-Commerce ควรใส่ใจในการบวนการคิด Key Product ให้ดี ซึ่ง Google Adwords จะมุ่งเน้นไปในเรื่องของ Quality โดยแบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ๆ ดังนี้

1.Quality Score : เป็นคะแนนที่แสดงถึงคุณภาพของโฆษณา โดยวัดจาก Keyword ที่มีความเกี่ยวข้องกับ Ads , Landing Page และที่สำคัญจำนวนของ Keyword  ที่มีความเกี่ยวข้องกันมากก็มีส่วน

2.Quality of Content : เป็นในส่วนคุณภาพของบทความที่มีความเกี่ยวข้อง สิ่งที่สำคัญคือบทความของคุณต้องมีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่ได้คัดลอกมาจากที่ไหนมา

ผลกระทบรอบด้านจากการเปลี่ยนแปลงรอบ

            แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและลบกับผู้ลงโฆษณาเป็นอย่างมาก ซึ่งระบบ Google Adwords ได้ลดโฆษณาด้านขวามือ ทำให้จำนวนเว็บที่ค้นหาเหลือเพียง 7 ช่อง จึงเป็นข้อดีที่จะช่วยในการจัดระเบียบให้กับโฆษณาที่มีคุณภาพได้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม แต่การที่ลดช่องที่แสดงบนหน้าค้นหา ก็ส่งผลทำให้เกิดการแข่งขันกันมากขึ้น ในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้กระทบไปถึง SEO ซึ่งต้องเลือกที่จะคำนวณให้ความสำคัญกับ SEO มากน้อยแค่ไหน เพราะการทำ SEO จะมีความยากขึ้นมาก หรือจะเลือกที่จะเสียค่าใช้จ่ายให้กับ Google Adwords

หากคุณเป็นผู้ที่สนใจหรือซื้อโฆษณาอยู่ คุณควรจะปรับเปลี่ยนการลงโฆษณาเพื่อให้มีคุณภาพที่ดีและสามารถติดอยู่ในตำแหน่งที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้ ไม่ว่าจะเป็น Google Adwords หรือ SEO ก็ตามในเรื่องของ Quality ควรจะให้ความสำคัญตลอดเวลา แม้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เพราะ Google เน้นในเรื่องของ User Experience เป็นพิเศษ

Online Marketing สุดยอดของความสำคัญ

คนรุ่นใหม่อย่างเรา เข้าถึงการตลาดออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย เเละสะดวกรวดเร็ว ตั้งเต่เช้าจนถึงเข้านอน ทั้งรวดเร็ว สะดวกสบาย

Online Marketing คือ การทำการตลาดในสื่อออนไลน์ เพื่อทำให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จัก โดยใช้วิธีต่างๆ ในการ โฆษณาออนไลน์ หรือ โฆษณาขายสินค้า ที่นำสินค้าของเราไปเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์ เพื่อให้ผู้อื่นได้รับรู้และเกิดความสนใจ โดย Online Marketing สามารถทำได้หลายช่องทาง ดังนี้

  1. Search Engine Marketing  การตลาดบน Search Engine การทำให้สินค้าของเราติดอันดับการค้นหาในลำดับแรกๆ ทำให้เรามีโอกาสขายของได้เยอะกว่าเจ้าอื่นๆ โดยมี 2 แบบ คือ SEO (การทำเว็บไซต์ของเราให้ติดอันดับของ Google) กับ PPC (การซื้อโฆษณา บน Google)
  2. Email Marketing การตลาดที่ทำผ่านอีเมล์ เพื่อส่งข่าวสาร โปรโมชั่นต่างๆ ถึงกลุ่มเป้าหมาย ถือว่าเป็นการตลาดที่ต้นทุนต่ำที่สุด ตรงกลุ่ม และสามารถเข้าถึงผู้รับภายในเวลาอันรวดเร็ว
  3. Social Marketing คือ การตลาดที่ทำผ่าน Social Network ต่างๆ เช่น Facebook, Twitter, Instagram, Pinterest ฯลฯ

Online Marketing ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เรารู้จักสินค้าของเรา และสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนได้ เพียงเท่านี้สินค้าของเราก็สามารถเป็นที่รู้จัก และสร้างยอดขายในโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย

ราคาเเละการเลือกเลนส์ แว่นตา

แว่นตา เปลี่ยนเลนส์

1.CR lens เลนส์แว่นตาแบบใสไม่ได้เคลือบสารใดๆ ช่วยทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ราคา 400 บาท

2. Multicoat EMI เคลือบสารป้องกันคลื่นแม่เหล็ก EMI ลดแสงสะท้อนจากมือถือ แท็บแล็ต คอมพิวเตอร์ พร้อม เคลือบ UV400 ให้คุณสวมใส่แว่นตาอย่างสบายตา ราคา 700 บาท

2.1 Multicoat Auto เลนส์แว่นตาสำหรับออกแดดเลนส์จะเข้มขึ้น เมื่ออยู่ในที่ร่มจะเป็นเลนส์ใสพร้อมเคลือบสารป้องกันคลื่นแม่เหล็ก EMI ลดแสงสะท้อนจากมือถือ แท็บแล็ต คอมพิวเตอร์ พร้อมเคลือบ UV400 1,300 บาท

3..Blueblock Plus เลนส์แว่นตาเคลือบสารป้องกันคลื่นแม่เหล็ก EMI และเพิ่มสารเคลือบป้องกัน”แสงสีน้ำเงิน”ที่ทำลาย จอประสาทตาแก้ปัญหาปวดตา ปวดหัว ตาพร่ามัว จากการมองนานๆ ตัดแสงสะท้อนได้100% จากมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ไม่ให้เข้าสู่ดวงตาลดการเกิดโรคต้อกระจกได้ พร้อมเคลือบ UV400 ราคา 1,200 บาท

3.2 Blueblock Auto เลนส์แว่นตาตัวนี้ ออกแดดเลนส์จะเข้มขึ้น เมื่ออยู่ในที่รมจะเป็นเลนส์ใสพร้อมเคลือบสารป้องกันคลื่นแม่เหล็ก EMI และเพิ่มสารเคลือบป้องกัน แสงสีน้ำเงิน ที่ทำลาย จอประสาทตาแก้ปัญหาปวดตา ปวดหัว ตาพร่ามัว จากการมองนานๆ ตัดแสงสะท้อนได้100% จากมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ไม่ให้เข้าสู่ดวงตาลดการเกิดโรคต้อกระจกได้ พร้อมเคลือบ UV400 ราคา 1,900 บาท

– ค่า index1.56
– ราคาเลนส์สายตาปกติและมีค่าสายตา
– ไม่รวมกรอบแว่น
– ราคาเลนส์นี้ยี่ห้อ nippon (แบรนด์จากญี่ปุ่น)
– สนใจเลนส์ยี่ห้อ Hoya,Essilor สอบถามเพิ่มเติม  www.facebook.com/giftgreats

พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย

ทุกวันนี้ใครๆก็ใช้อินเทอร์เน็ตแทบทุกวันในการสื่อสาร โดยเฉพาะผ่านทางโทรศัพท์มือถือ และทางคอมพิวเตอร์ ไว้ในการแชท การหาข้อมูล และติดตามข่าวสารเป็นประจำทุกวัน ทั้งในเรื่องส่วนตัวและในการทำงานบริษัท มาดูข้อมูลภาพรวมและพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย จะเห็นว่าคนไทยติดมือ จนขาดสิ่งนี้ไม่ได้

จากภาพข้อมูลนี้เผยว่า ในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2016 ประชากรของประเทศไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 68.1 ล้านคน มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 38 ล้านคน คิดเป็น 56% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และมีผู้ใช้ Social Network มากถึง 41 ล้านคน โดย Facebook เป็นเว็บไซต์และแอปที่คนไทยใช้มากที่สุดโดยมีคนใช้ถึง 92.1 % ตามด้วย LINE 85.1% และ Google+ 67%

สำหรับยอดผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในประเทศไทยช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2015 มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่มีจำนวนผู้ใช้ 20 ล้านเลขหมาย และมีการใช้บริการเครือข่าย 4G ถึง 10.8 ล้านเลขหมาย

โดยอุปกรณ์ส่วนใหญ่ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตยาวนาน ได้แก่ สมาร์ทโฟน 82.1 % เชื่อมต่อนาน 5.7 ชั่วโมงต่อวัน อันดับ 2 และอันดับ 3 เป็นพวก คอมพิวเตอร์พีซี และ Labtop โดยเชื่อมต่อเน็ต นาน 5.4 ชั่วโมงต่อวัน และ 5.2 ชั่วโมงต่อวัน ตามลำดับ จะเห็นว่าคนไทยติดมือถือ ใช้เน็ตตลอดเวลา

สำหรับกิจกรรมที่คนไทยติดมือถือนี้ นิยมใช้อินเทอร์เน็ต ยังคงเป็นการใช้เพื่อใช้งานเข้า Social Network 82.7% รองลงมาเพื่อการค้นหาข้อมูล 56.7% และใช้เพื่ออ่านข่าวสาร 52.2% เป็นต้น หากแยกเป็นกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะเห็นว่า กลุ่ม Gen Y คือกลุ่มที่่่ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด ถึง 54.2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามด้วยกลุ่ม Gen X 47.1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และ Gen Z และ Baby Boomer ซึ่งใช้อินเทอร์เน็ตเท่ากันที่ 41.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ข้อมูลจาก สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) และ MarketingOops