คลังเก็บรายเดือน: สิงหาคม 2017

Email Marketing กำลังจะตาย ในขณะที่ Social Media Marketing กลายเป็นการตลาดทรงอานุภาพจริงหรือ?

ช่วงปี 2008-2012 หลังจากการเจริญเติบโตของสื่อโซเชียลเน็จเวิร์ค อย่าง Email Marketing ที่เคยรุ่งเรืองก็ได้รับความนิยมน้อยลง เหตุเพราะช่องทางการตลาดออนไลน์อย่าง Facebook, LINE@, Instagram และ Twitter ได้เข้ามามีหน้าที่สำคัญต่อวิธีการทำ กลยุทธ์ตลาดออนไลน์ กลายเป็นตัวหลักสำหรับการเพิ่มยอดขาย ที่ผู้ประกอบกิจการจำนวนมากนิยมใช้ จึงเกิดเป็นคำถามขึ้นมาว่า สรุปแล้ว Email Marketing ได้ตายลงไปแล้ว แล้วช่องทาง Social Media เป็นช่องทาง Marketing ที่ดีสุดจริงหรือ?

วันนี้เราเลยจะมาหาคำตอบกันว่าระหว่าง Email Marketing กับ Social Media Marketing ใครเป็นช่องทางการตลาดที่ทรงอานุภาพมากกว่ากัน เริ่มจาก…

Email Marketing

  1. Email Marketing (การตลาดผ่านอีเมล์)

Email Marketing เป็นกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ประเภทหนึ่งที่โด่งดังมากในยุคแรกๆ เนื่องจากสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด ส่วนมากนิยมใช้กับธุรกิจที่ต้องการประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการในรูปแบบข้อความ (Text) ซึ่งถ้าทำอย่างเหมาะสมและถูกหลัก จะให้ผลตอบรับดี เพราะ Email Marketing สามารถกำหนดเนื้อหาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มได้จากการคัดแยกรายชื่อ Email ภายหลังที่กลุ่มเป้าหมายกรอกข้อมูลมา ในขณะเดียวกันยังสามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าได้อย่างแนบแน่น ผ่านการอัพเดทข่าวสาร หรือการส่งโปรโมชั่นให้ทราบอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้ลูกค้าเก่ารู้สึกว่าเรายังคงให้ความสำคัญและยังให้สิทธิพิเศษแก่เขา และสร้างลูกค้าใหม่ได้ด้วยการบอกต่อจากลูกค้ารายเก่า จนกลายเป็นเสมือนวงจรการสร้างฐานลูกค้าแบบไม่รู้จบ

ซึ่งผู้ทำธุรกิจทุกคนสามารถทำได้เพียงแค่รู้จักเคล็ดลับการทำ Email Marketing ให้ถูกต้องและน่าดึงดูด เช่น รู้จักการใช้เครื่องมือขั้นสูง, กลยุทธ์ Personalize Email, วันเวลาที่เหมาะสมในการส่ง ฯลฯ และระวังการการส่งอีเมลที่ไม่พึงประสงค์, การส่งอีเมลที่มีเนื้อหาไม่ดีหรือเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้อง และไม่ทดสอบแคมเปญอีเมลก่อนที่จะส่ง

  1. Social Media Marketing (การตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย)

Social Media Marketing เป็นการทำการตลาดออนไลน์ผ่านบรรดาสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้ง Facebook, Instagram, Twitter ฯลฯ โดยในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมอย่างมากเพราะมีช่องทางการโฆษณาหลากหลายรูปแบบและมี Platform ที่เอื้ออำนวยต่อการทำโฆษณาที่หลากหลาย ทั้งในรูปแบบเนื้อหาเชิงลึก ความบันเทิง กิจกรรม และแบบไดนามิก ที่ Email Marketing ไม่สามารถทำได้เพราะถูกจำกัดจำนวนตัวอักษร จำกัดรูปแบบ ซึ่งข้อดีที่เห็นได้ชัดของการทำ Social Media Marketing คือ สามารถสร้างฐานลูกค้าที่เป็น Potential Buyer ได้กว้าง ไม่ใช่เพียงในประเทศที่คุณอาศัยอยู่ แต่รวมถึงประเทศอื่นๆ ระดับโลก เพราะสื่อสังคมออนไลน์หากมีการ Post เนื้อหา บทความ สินค้าหรือบริการใดๆ ลงไปแล้วผู้ใช้บริการสื่อนั้นผ่านมาเห็นแล้วเกิดการ Engagement ทั้ง Like, Share, Comment จะเกิดการส่งต่อไปยังหน้า Feed คนอื่นได้อีกหลายร้อย หลายพัน หลายหมื่นคนภายในไม่กี่วินาที แถมยังมีราคาถูกเมื่อเทียบกับการตลาดอื่นๆ ที่สำคัญคือสามารถทำโฆษณาได้ทุกวันและตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านมาถึงตรงนี้คุณอาจเริ่มคิดว่า การที่ Social Media Marketing ได้รับความนิยม และเป็นช่องทางที่ทรงอานุภาพที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องถูกแล้ว เพราะการทำ Email Marketing ก็ดูยุ่งยากและซับซ้อนเกินไป แถมผลประโยชน์ที่ได้รับกลับมาก็ต่างกันสุดขั้ว ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิด Inequality ด้านข้อมูล เราจึงต้องมาดูข้อด้อยของ Social Media Marketing กันต่อ

ข้อด้อยของการทำธุรกิจออนไลน์บนสื่อโซเชีลมีเดีย คือ มีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าการทำ Email Marketing เพราะปัจจุบันผู้ใช้บริการเริ่มตระหนักคิดว่า บนโซเชียลมีเดียนั้นไม่ว่าใครก็สามารถทำโฆษณาอ้างอิงสรรพคุณของสินค้าและคุณสมบัติของการบริการได้อย่างง่ายๆ ส่งผลให้การปิดการขายเป็นไปได้ยาก

ดังนั้นเมื่อลองพิจารณาข้อความข้างต้นแล้ว จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะ Email Marketing หรือ Social Media Marketing ก็ล้วนแต่มีข้อดี-ข้อด้อยเป็นของตนเอง ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ เพราะผลประโยชน์ตอนแทนของมันขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจและวัตถุประสงค์ที่ผู้ประกอบการตั้งไว้ เช่น Email Marketing เหมาะสมกับธุรกิจที่ต้องการสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายสินค้า และธุรกิจที่ต้องการสานสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นสม่ำเสมอ ในขณะที่ Social Media Marketing เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์

ส่วนในส่วนของการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ Smartphone ทำให้ Social Media Marketing ได้รับความนิยม และเป็นสาเหตุให้ Email Marketing เสื่อมอำนาจลงนั้นจริงหรือไม่ บริษัท Nielson Company ได้ออกมาเผยตัวเลขของผู้ใช้ Social Media ว่าหากผู้ใช้มีการใช้งาน Social Media มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะมีการใช้ Email มากขึ้นเท่านั้น (Tukko Nathida,มปป) กล่าวได้ว่า นอกจาก Social Media จะไม่ทำลายหรือหักล้างการสื่อสารทาง Email แล้ว Social Media ยังเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ Email เจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

ดังนั้น ผู้ทำธุรกิจยังไม่ควรมองข้ามการทำ Email Marketing ไป เพราะ Email Marketing ไม่ใช่ช่องทางที่กำลังจะตาย ในทางกลับกันสามารถสร้างยอดขายถล่มทลายเนื่องจากเป็นการทำการตลาดแบบที่การตลาดออนไลน์รูปแบบอื่น ๆ ทำให้ไม่ได้

ตัวช่วยทางการตลาดที่จะทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จ

ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังจะทำธุรกิจ แต่คุณยังไม่รู้ว่าวิธีการทำธุรกิจทำอย่างไรถึงจะตรงกับกระแสของการตลาดยุค Digital Marketing และคุณเองก็ไม่มีเวลามากพอที่จะศึกษาการทำการตลาดด้วยตนเอง เราจะพาไปให้คุณได้รู้จักตัวช่วยที่จะทำให้ธุรกิจของคุณเป็นไปอย่างเรียบง่าย นั่นคือ Digital Agency มาดูกันว่างาน Digital Agency มีลักษณะอย่างไรบ้าง

งาน Digital Agency คือตัวแทนที่ให้คำแนะนำในการพัฒนาธุรกิจเชิงสร้างสรรค์แก่ลูกค้าในด้านกลยุทธ์ทางการตลาด  และเทคนิคในการพัฒนา ซึ่งทั้งหมดนั้นจะเป็นการให้บริการผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ สังคมออนไลน์ ป้ายประชาสัมพันธ์ดิจิตอล แอพพลิเคชั่น โปรแกรมต่างๆ งาน Digital Agency จะคอยแนะนำแนวทางทางธุรกิจให้กับลูกค้าที่มาขอคำปรึกษา ผู้ที่ให้บริการ Digital Agency ต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเข้าใจระบบต่างๆ ของสื่อที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการทำการตลาด

งาน Digital Agency ให้บริการมีมากมาย หลักๆที่เป็นงาน Digital Agency มีดังนี้

  • งานออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์
  • งานเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาข้อมูลให้ติดอันดับการค้นหาในตำแหน่งที่ดีที่สุดบน Search Engine
  • การตลาดในโลกสังคมออนไลน์
  • ทำการ Content
  • การสร้างโอกาสในการขายออนไลน์
  • การพัฒนาและการจัดการธุรกิจออนไลน์
  • การทำการตลาดผ่าน E-mail
  • ทำแคมเปญผ่านสื่อต่างๆ
  • ทำแคมเปญผ่านโทรศัพท์มือถือ

การวัดผลความสำเร็จจากการทำงาน Digital Agency อยู่ที่ประสิทธิภาพที่ทำให้กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายว่ารู้จักสินค้าและบริการของลูกค้าที่มาขอคำแนะนำจาก Digital Agency มากน้อยเพียงใด

ปกป้องสายตาของคุณจาก UV ตัวร้ายด้วยแว่นกันแดดกรองแสง

รังสี UV หรือรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต (Ultraviolet) เป็นรังสีในระดับความเข้มสูงที่ถูกแผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์ หากดวงตาได้ซึบซัมเข้าไปมากๆ จะเกิดปฏิกริยาเคมีในเนื้อเยื่อ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการตั้งแต่เบาๆ อย่างพร่ามัว  แพ้แสง ไปจนถึงขั้นร้ายแรงอย่างการเป็นต้อกระจกหรือกระจกตาเสื่อมได้ ดังนั้นในประเทศไทยที่มีแสงอาทิตย์สาดส่องตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูฝน หรือฤดูหนาว การใส่แว่นกันแดดจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแว่นกันแดดจะช่วยปกป้องดวงตาเราจากการเกิดโรคต่างๆ

Giftgreats แว่นตากันแดด

แว่นกันแดด เป็นอุปกรณ์ถนอมสายตารูปแบบหนึ่งที่สร้างออกมาเพื่อป้องกันอันตรายหรืออาการระคายเคืองจากแสงอาทิตย์ บางครั้งมีหน้าที่ช่วยเหลือด้านการมองเห็น เพิ่มประสิทธิภาพในการรับรู้ ซึ่งแว่นกันแดดที่ดีควรมีความสามารถในการกรองแสงได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์สำหรับการเดินเล่นตามชายหาด และ 97 เปอร์เซ็นต์สำหรับผู้ที่ปีนเขา โดยจะมีทั้งเลนส์ที่เป็นสีสัน กรองแสง และทำให้มืด

          แว่นกันแดดกรองแสง

          แว่นกันแดดกรองแสง เป็นแว่นที่มีเลนส์แว่นตาที่จะช่วยลดปริมาณความสว่างของแสงที่อาจสร้างความเสียหายแก่กระจกตาของเราในอนาคต ตามทั่วไป เลนส์แว่นกันแดดมักจะทำมาจากพลาสติก ส่วนในระหว่างขั้นตอนการผลิตถึงจะมีการเพิ่มเม็ดสีลงไป เพื่อให้พลาสติกมีความเข้มสูง ดูดซับแสงได้ดี ส่วนการกรองรังสี UV เป็นคุณสมบัติของเนื้อวัสดุพลาสติกที่เอามาทำเลนส์

ประเภทของแว่นกันแดดกรองแสง

  1. แว่นกันแดดเลนส์โพลารอยด์ (Polaroid) เป็นแว่นกันแดดกรองแสงที่มีประสิทธิภาพในการช่วยลดแสงได้มากกว่าแว่นกันแดดกรองแสงทั่วไป เพราะมีส่วนประกอบของโพลาไรเซอร์ (Polarizer) ซึ่งเป็นตัวกรองแสงที่มีอนุภาพทำให้แสงซึ่งมีโพราไรซ์ตามแนวที่กำหนดหรือแบบที่ต้องการผ่านได้ ส่วนแสงที่มีโพลาไรซ์แบบอื่นจะถูกปิดกั้นไว้มิให้ผ่าน ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการสายตาพร่ามัว เกิดภาพลวงตา หรือเกิดกล้ามเนื้อและประสาทตาอ่อนล้า โดยแว่นกันแดดกรองแสงประเภทโพราลอยด์นี้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตาไวต่อแสงและแพ้แสงอย่างยิ่ง
  2. แว่นกันแดดเลนส์ Transition มีประสิทธิภาพในการกรองแสงด้วยกรรมวิธีสีเลนส์ปรับเปลี่ยนความเข้มด้วยตัวเองภายใน 15 วินาทีเมื่อสัมผัสได้ถึงแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ดวงตาของคุณจึงไม่ต้องทำงานหนัก ผ่อนคลายและรู้สึกสบายตลอดทั้งวัน เหมาะสมกับผู้ที่ทำงานในที่ร่มสลับกับที่ทำงานกล้างแจ้งเป็นประจำ และเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่อยากพกแว่นหลายอัน
  3. แว่นกันแดดเลนส์ Photo เป็นแว่นกันแดดกรองแสงที่มีประสิทธิภาพคล้ายคลึงกับเลนส์ Transition คือสีเลนส์สามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อเผชิญกับแสงอาทิตย์ เพียงแต่ด้วยระยะเวลาที่ช้ากว่า แต่ราคาถูกกว่า

ทุกวันนี้วัตถุประสงค์ของการสวมแว่นกันแดดของคนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัย บางคนสวมเพราะเป็นแฟชั่น บางคนสวมเพราะมองว่าเป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่ง ฯลฯ ทำให้ผู้สวมใส่ส่วนมากหันไปให้ความสำคัญกับการเลือกรูปทรง สี ลวดลาย มากกว่าคำนึงถึงประโยชน์ที่แท้จริงที่ว่าแว่นกันแดดที่ดีควรป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ที่สุด และในขณะเดียวกันหากผู้สวมใส่เลือกแว่นกันแดดของปลอมที่ไม่มีอานุภาพป้องกันรังสี UV ก็อาจจะเป็นอันตรายมากกว่าไม่ใส่ เพราะการใส่แว่นกันแดดที่มีความมืด จะทำให้รูม่านตาขายขึนซึ่งรับแสง UV ได้มากกว่าเวลาหรี่ตา

ขอบคุณ รูปแว่นตากันแดด จาก Giftgreats