คลังเก็บรายเดือน: มีนาคม 2019

จำเป็นแค่ไหน ที่ต้องสร้างเว็บไซต์ให้ธุรกิจ

การทำธุรกิจสมัยนี้ การมีหน้าร้านตามข้างทาง หรือบ้านเรือน หรือห้างสรรพสินค้า อย่างเดียว ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวไปอย่างรวดเร็วขึ้น การแข่งขันทางธุรกิจก็เปิดกว้างขึ้นเช่นกัน บทความนี้จึงจะมาพูดถึงหัวข้อ จำเป็นแค่ไหน ที่ต้องสร้างเว็บไซต์ให้ธุรกิจ

ในเรื่องราวของการทำธุรกิจ เว็บไซต์เปรียบเสมือนการสร้างหน้าร้านเพื่อโชว์สินค้าที่ต้องการขาย เพียงแต่อยู่บนโลกออนไลน์เท่านั้น แต่การทำเว็บไซต์ก็ต้องใช้การลงทุนอยู่ไม่น้อย เพื่อไม่ให้การลงทุนต้องศูนย์เปล่า ลองมาดูกันว่าธุรกิจของคุณจำเป็นต้องทำเว็บไซต์จริงๆ หรือเปล่า แล้วธุรกิจแบบไหนที่ควรมีเว็บไซต์

1. ธุรกิจที่มีราคาค่อนข้างสูง
ความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจ ยิ่งถ้าหากคุณต้องการขายสินค้าที่มีราคาแพง แต่ลูกค้ากลับเสิร์ชข้อมูลใน google หรือ Facebook ไม่เจอ หรือหาช่องทางติดต่อไม่ได้ กลายเป็นธุรกิจที่ไม่มีตัวตน ความน่าเชื่อถือก็จะถูกลดลงในทันที ซึ่งการมีเว็บไซต์ที่ระบุข้อมูลพื้นฐานอย่างข้อมูลติดต่อ ที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล หรือชื่อบริษัทก็จะทำให้ธุรกิจของคุณดูมีตัวตน และช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้ดีทีเดียว

2. ธุรกิจที่ต้องศึกษาหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ
การใส่ข้อมูลที่ลูกค้าจำเป็นต้องรู้ลงไปในเว็บไซต์ เป็นเหมือนการวางรายละเอียดเพื่อให้ลูกค้าเข้าไปเรียนรู้ และค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือว่าจำเป็นมาก เช่น เมื่อเข้ามาหน้าเว็บไซต์สิ่งแรกที่ลูกค้าต้องรู้คืออะไร อาจเป็นการแนะนำก่อนว่าธุรกิจเราคืออะไร ขายอะไร ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมต้องทำอย่างไรบ้าง ลูกค้าจะทำความเข้าใจเบื้องต้นผ่านข้อมูลบนเว็บไซต์ ก่อนตัดสินใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมผ่านช่องทางต่างๆ อีกที เป็นต้น

3. ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก
เว็บไซต์เปรียบเสมือนแหล่งรวบรวมสินค้าสำหรับลูกค้า การลงทุนทำเว็บไซต์สำหรับธุรกิจที่มีลูกค้าจำนวนมาก จะช่วยลดเวลาในการซัพพอร์ตลูกค้าไปได้มาก นอกจากนี้ข้อมูลในเว็บไซต์ยังสามารถเพิ่มความน่าสนใจให้กับลูกค้า จนสามารถเพิ่มจำนวนผู้ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับสินค้าและบริการให้มากขึ้นได้อีกด้วย

การมีเว็บไซต์ที่ดีก็เหมือนการมีพนักงานขายที่พร้อมทำงานให้เราอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นถ้าหากธุรกิจของคุณจำเป็นต้องมีเว็บไซต์ สิ่งนี้ก็จะช่วยเสริมให้ธุรกิจของคุณสร้างลูกค้าได้จริง อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้แบรนด์แข็งแรงมากขึ้นได้อีกด้วย

ขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตด้วยการใช้ระบบ Cloud

การพัฒนาระบบเครือข่ายสารสนเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวหน้า เราจึงต้องหาเทคโนโลยีที่จะสามารถรองรับการใช้งานภายในอุตสาหกรรมของเรา ให้ทำงานได้อย่างสะดวก และเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น

ซึ่ง Cloud ก็เป็นสื่งที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มที่จะเป็นทางเลือกหลักในอนาคต ที่สำคัญเลยคือปัจจุบัน Cloud กำลังได้รับความนิยม และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการธุรกิจ เพราะระบบ Cloud นั้นมีความยืดหยุ่น และความสะดวกสบายในการจัดการข้อมูล ทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และง่ายขึ้น แถมต้นทุนต่ำด้วย อย่างที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าระบบ Cloud เป็นระบบที่สามารถเชื่อมต่อ หรือเช่าพื้นที่เก็บข้อมูล แม้แต่คุณสามารถยกเลิกการเก็บข้อมูลบน Cloud เมื่อไรก็ได้  โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานมาคอยดูแลระบบให้คุณตลอด 24 ชั่วโมง และยิ่งหากคุณต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลที่มากขึ้นกว่าเดิม ระบบ Cloud ก็สามารถเพิ่มให้คุณได้อย่างสบายๆ โดยที่ไม่ต้องวุ่นวายซื้อเครื่องอะไรเพิ่มเติม ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจของคุณได้มากกว่าเดิมได้อย่างแน่นอน

หากองค์กรไหนกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องการคำแนะนำ หรืออยากหาคอร์สหลักสูตรเกี่ยวกับ Cloud ให้พนักงานได้พัฒนาฝีมือ เพื่อนำไปปรับใช้สำหรับองค์กรของคุณ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเข้ามากับทาง Nipa.Cloud ได้เลยนะคะ เพราะทางเรามีการเปิดอบรม Training ในหลายหลักสูตรเลย

แต่ผู้ที่เริ่มต้นเราขอแนะนำหลักสูตร Cloud Computing Fundamentals เลยค่ะ โดยจะได้เรียนรู้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ OpenStack และ Cloud Computing กับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ที่สำคัญคือจะได้อบรมเชิงปฏิบัติด้วย คอร์สเริ่มต้นนี้คุ้มแน่นอน หากสนใจสามารถเข้าไปสำรองที่นั่ง และดูรายละเอียดของแต่ละหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ https://training.nipa.cloud/courses/ หรือโทรสอบถามได้ที่ 02-107-8251 ต่อ 810 เลยนะคะ

วัดความสำเร็จของ Email Marketing ด้วย KPI

หากคุณใช้การตลาดผ่านอีเมลเพื่อดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขาย คุณทราบได้อย่างไรว่าแคมเปญของคุณมีประสิทธิภาพ อีเมลช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายหรือไม่ คุณเข้าถึงผู้อ่านของคุณหรือไม่ อีเมลของคุณได้รับการเปิดหรือไม่? วิธีเดียวที่จะทราบได้อย่างแน่นอนคือการวัดตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพหลัก (KPI) ของคุณ

KPI คืออะไร?

อย่ากลัว! คุณเชี่ยวชาญ ABCs ของคุณ คุณคำนึงถึง Ps และ Qs ของคุณ และคุณกำลังจะเรียนรู้พื้นฐานของตัวชี้วัดการตลาดผ่านอีเมล: ตัวชี้วัดการตลาดเฉพาะที่คุณสามารถตรวจสอบเพื่อวัดความคืบหน้าสู่เป้าหมายการตลาดผ่านอีเมลของคุณ การค้นหาและทำตาม KPI ที่เหมาะสมสามารถแสดงให้คุณเห็นว่าแคมเปญการตลาดผ่านอีเมลของคุณเป็นอย่างไร ดังนั้นคุณสามารถปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมและไปยังสิ่งที่คุณต้องการ

การวัดผลแบบใดที่มีความสำคัญต่อคุณ

แม้ว่าทุกเมตริกจะสามารถวัดได้ แต่ไม่ใช่ทุกเมตริกที่มีผลกับคุณ และนั่นเป็นข่าวดีเพราะมันใช้เวลานานมากในการติดตามการวัดหลายร้อยตัวในนั้น วิธีที่ดีกว่าคือการมุ่งเน้นที่การวัดที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายทางการตลาดอีเมลของคุณทันที เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่าคุณพยายามทำอะไรให้สำเร็จ คุณต้องการที่จะเติบโตรายชื่อสมาชิกของคุณหรือสร้างโอกาสในการขายมากขึ้น? ด้วยเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงอยู่ในใจมันง่ายกว่าที่จะเป็นศูนย์ในการรวมกันของ KPI ที่ถูกต้อง

ต่อไปนี้เป็นมาตรวัดสำคัญ 7 ประการที่ควรคำนึงถึง :

  1. อัตราการส่งอีเมล หมายถึง ตำแหน่งที่ข้อความของคุณสิ้นสุดลงเมื่อส่งแล้ว มันจบลงในโฟลเดอร์สแปมหรือเข้าถึงกล่องจดหมายของลูกค้าหรือไม่
  2. อัตราการเปิด (Open rate) คือ อัตราร้อยละของผู้ที่เปิดหรือดูอีเมลของคุณแม้ว่าจะเปิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้งก็ตาม ตัวอย่างง่ายๆถ้าคุณส่งอีเมลไปยังผู้รับ 100 คนและ 25 คนเปิดอีเมลนั้นอัตราเปิดของคุณคือ 25 เปอร์เซ็นต์
  3. อัตราการคลิกผ่านแสดงจำนวนผู้ที่คลิกลิงก์อย่างน้อยหนึ่งลิงก์ในอีเมลของคุณ เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการวัดความสนใจของสมาชิกเนื่องจากแสดงว่ามีกี่รายที่ใช้เวลาในการคลิกและขุดลึกลงไปอีกเล็กน้อย
  4. อัตราการแปลงเป็นขั้นตอนต่อไปโดยดูจากการกระทำที่ชัดเจนว่าคุณต้องการให้การคลิกเหล่านั้นส่งผลซึ่งวัดเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่คลิกลิงก์ภายในอีเมลของคุณและดำเนินการตามที่ต้องการเช่นกรอกแบบฟอร์มหรือ ทำการสั่งซื้อ
  5. อัตราตีกลับ คือ จำนวนอีเมลที่ไม่สามารถเข้าถึงกล่องจดหมายของลูกค้าได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม อัตราตีกลับมีสองประเภทที่คุณต้องติดตาม:
  • ซอฟต์ตีกลับคือเมื่อคุณส่งอีเมลไปยังที่อยู่อีเมลที่ถูกต้อง แต่ข้อความไม่ถึงเนื่องจากกล่องจดหมายของลูกค้าเต็มหรือมีปัญหากับเซิร์ฟเวอร์
  • การตีกลับยากคือเมื่อคุณพยายามส่งอีเมลไปยังที่อยู่อีเมลที่ไม่ถูกต้องและอีเมลของคุณจะตีกลับ
  1. อัตราการยกเลิก การเป็นเปอร์เซ็นต์ของคนที่ยกเลิกการเป็นสมาชิกจากรายการของคุณ หากอีเมลใดส่งผลให้มีอัตราการยกเลิกการสมัครรับข้อมูลสูงถึงเวลาที่ต้องคิดใหม่บางสิ่ง มีคนรู้สึกว่าถูกก่อกวนโดยอีเมลของคุณ? เนื้อหาที่คุณนำเสนอเกี่ยวข้องกับเนื้อหาเหล่านั้นหรือไม่
  2. อัตราการเติบโตของรายการแสดงให้คุณเห็นว่ารายชื่ออีเมลของคุณเติบโตเร็วแค่ไหน โดยคำนึงถึงการยกเลิกการเป็นสมาชิกและการตีกลับและดูที่จำนวนผู้ติดต่อที่เพิ่มลงในรายการของคุณในช่วงเวลาหนึ่ง

 

ประสิทธิภาพ Email marketing ของคุณเป็นอย่างไร

แม้ว่าตัวเลขจะแตกต่างกันไปตามอุตสาหกรรม การรู้เกณฑ์มาตรฐานเหล่านี้ จะช่วยให้คุณประเมินว่าคุณอยู่ที่ไหนในตอนนี้

อัตราการส่งอีเมล:คุณต้องการให้อัตราการส่งมอบของคุณใกล้เคียงกับ 100 เปอร์เซ็นต์มากที่สุด

อัตราการเปิดเฉลี่ย: 20 เปอร์เซ็นต์

อัตราการคลิกผ่านเฉลี่ย: 3.0 เปอร์เซ็นต์

อัตราการแปลงโดยเฉลี่ย:เนื่องจากอัตราการแปลงของคุณสามารถปรับแต่งได้อัตราเป้าหมายของคุณควรเป็นไปตามเป้าหมายของคุณเอง ตัวอย่างเช่น หากเป้าหมายของแคมเปญอีเมลของคุณคือการสร้างยอดขายอัตราเป้าหมายของคุณอาจเป็นจำนวนการขายหรือธุรกรรมที่เฉพาะเจาะจง

อัตราตีกลับเฉลี่ย: 0.42 เปอร์เซ็นต์

อัตราการยกเลิกโดยเฉลี่ย:  ยิ่งต่ำยิ่งดี แต่คุณสามารถตั้งเป้าหมายให้ต่ำกว่า .05

อัตราการขยายรายการโดยเฉลี่ย:หากรายการของคุณเติบโตให้ทำสิ่งที่คุณทำอยู่เรื่อย ๆ หากรายการของคุณกำลังลดขนาดการตรวจสอบจะเป็นไปตามลำดับ

 

เคล็ดลับในการปรับปรุงตัวชี้วัดการตลาดอีเมลของคุณ

เมื่อคุณเข้าใจการวัดอีเมลที่สำคัญเหล่านี้แล้วนี่คือวิธีปรับปรุง

 

วิธีเพิ่มอัตราการส่งอีเมล:

  • อย่าซื้อรายชื่ออีเมลของคุณ
  • ลบที่อยู่อีเมลที่ไม่ถูกต้องจากรายการของคุณ
  • หลีกเลี่ยงทริกเกอร์สแปมเช่น“ คลิกที่นี่”

 

วิธีรับอัตราเปิดที่ดีกว่า:

  • เขียนหัวเรื่องที่ดึงดูดใจ ลูกค้าไม่สามารถรอคลิกได้
  • เก็บประเด็นสำคัญไว้ในสามอันดับแรกของอีเมลของคุณ
  • ทำให้ชัดเจนว่าอีเมลนั้นมาจาก บริษัท ของคุณ

 

วิธีปรับปรุงอัตราการคลิกผ่าน:

  • ออกแบบอีเมลที่เหมาะกับอุปกรณ์พกพาที่ใช้งานง่าย
  • มีการเรียกร้องให้ดำเนินการต่อต้านไม่ได้
  • ลองวิดีโอ MarTech Advisor รายงานว่า การเพิ่มวิดีโอสามารถเพิ่มอัตราการคลิกได้ 300 เปอร์เซ็นต์

 

วิธีเพิ่มการแปลง:

  • ทำให้กระบวนการเช็คเอาต์ของคุณราบรื่น
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหามีประโยชน์และมีจุดประสงค์
  • ปรับแต่งอีเมลด้วยข้อมูลที่คุณเรียนรู้เกี่ยวกับลูกค้าของคุณ

วิธีลดอัตราตีกลับ:

  • ลบที่อยู่ที่ซ้ำกันหรือไม่ถูกต้องออกจากรายการของคุณ
  • อย่าซื้อรายการที่อยู่อีเมล ส่งให้เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนรายการของคุณเท่านั้น
  • ส่งอีเมลยืนยันการสมัครสมาชิกใหม่

 

หากต้องการลดอัตราการยกเลิกของคุณ:

  • ทำให้ลิงก์ยกเลิกการสมัครสามารถมองเห็นและเข้าถึงได้
  • ส่งแบบสำรวจถามว่าทำไมผู้ที่ยกเลิกการเป็นสมาชิกได้ตัดสินใจยกเลิก
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเพียงส่งอีเมลถึงผู้ที่ต้องการรับฟังจากคุณเท่านั้น

 

เพื่อให้รายการของคุณเติบโต:

  • ดึงดูดสมาชิกด้วยป๊อปอัพที่สะดุดตาหรือแบบฟอร์มสมัครใช้งาน
  • เพิ่มปุ่ม“ ส่งอีเมลให้เพื่อน”
  • รวมปุ่มแชร์โซเชียล

 

Email marketing อาจเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้าและผลักดันผลลัพธ์ แต่คุณต้องมีกลยุทธ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ด้วยการติดตามตัวชี้วัดที่เหมาะสมและรู้ว่าอะไรคืออะไรหรือไม่ทำงานคุณสามารถปรับแต่งแต่ละแคมเปญเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เมื่อคุณกำหนดเป้าหมายแล้วให้ใช้ข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจาก KPI เพื่อเป็นแนวทางในแคมเปญอีเมลของคุณและประสบความสำเร็จ

ของที่ระลึกยอดนิยมในงานอีเว้นท์

งานอีเว้นท์ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นงานคอนเสิร์ต งานสัมนา งาน Market หรือแม้แต่งานแต่ง ก็ต้องมีของที่ระลึกทั้งนั้น บางงานก็มอบให้กับแขกฟรี หรือบางงานก็มีจำหน่ายของที่ระลึกเหล่านี้หน้างาน ซึ่งสำหรับผู้จัดงานอีเว้นท์แล้ว ของที่ระลึกหน้างานก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของการทำการตลาดนั่นเอง ลองสังเกตดูได้ว่าส่วนใหญ่แล้วก็จะมีไอเทมเหล่านี้เป็นหนึ่งในของที่ระลึกเวลามีงานอีเว้นท์เหมือนกัน

– กระเป๋าผ้า

ช่วงนี้เทรนด์รักษ์โลก รักษ์ธรรมชาติกำลังมา และคนส่วนใหญ่ก็หันมารณรงค์เรื่องนี้มากขึ้น ทำให้มีผู้คนเริ่มหันมาใช้กระเป๋าผ้า ถือเป็นการเริ่มต้นในการดูแลสิ่งแวดล้อมง่ายๆ ใกล้ตัวด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมกระเป๋าผ้าถึงเป็นสิ่งที่ผู้จัดงานอีเว้นท์รีเควสกัน

– ปฏิทิน

ดูเหมือนเป็นไอเทมที่ไม่มีใครอยากได้ใช่ไหมคะ แต่ปฏิทินก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แทบทุกคนต้องใช้ ยิ่งคนทำงานนี่ของสำคัญเลยนะคะ ซึ่งคนส่วนใหญ่ รวมถึงตัวแอดมินเองก็ไม่ค่อยออกไปหาซื้อกัน เพราะจะได้มาจากการแจกของที่ระลึกนี่แหละค่ะ หรือถ้ามีงานอีเว้นท์ไหนที่มีทำเป็นของที่ระลึกก็จะซื้อกลับมาตั้งไว้ที่โต๊ะทำงานเลย

– ที่รองแก้วน้ำ

สายออฟฟิศน่าจะชอบกันนะคะ หลายคนน่าจะมีติดโต๊ะไว้สักแน่ๆ ซึ่งที่รองแก้วสามารถผลิตออกมาให้มีดีไซน์สวยงามเหมาะแก่การเป็นของที่ระลึกได้ แถมใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันอีกด้วย บอกเลยว่าแค่ออกแบบมาให้ดึงดูดใจผู้เข้าร่วมงานได้ แปลกใหม่

– ที่ติดโทรศัพท์

กำลังเป็นที่นิยมเลยในช่วงนี้ ซึ่งมันมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบห่วง หรือแบบแท่นยื่น ให้เราสามารถถือ และตั้งโทรศัพท์ของเราได้ง่ายขึ้น โดยเราสามารถสั่งทำแบบเฉพาะได้เลย อาจะดีไซน์ออกมาให้แปลกใหม่หรือแตกต่างจากเดิมก็ได้นะคะ ที่ติดโทรศัพท์จึงเป็นอีกไอเดียที่หลายๆ ผู้งานอีเว้นท์เลือกเลย เพราะมันสามารถใช้งานได้จริงนั่นเอง

– ที่เก็บหูฟัง

เชื่อว่าแทบทุกคนต้องมีหูฟังติดไว้ในกระเป๋าอยู่แน่นอน ผู้จัดงานอีเว้นท์หลายคนจึงเลือกที่เก็บหูฟังนี่แหละค่ะมาเป็นของที่ระลึก เพราะเชื่อว่าไม่ค่อยมีใครพับเก็บหูฟังเรียบร้อยหรอกใช่ไหมคะ ขนาดแอดมินยังยัดลงกระเป๋าตลอดเลยค่ะ จะใช้ทีก็แกะกันนานเลย ถ้ามีที่เก็บหูฟังดีดี น่ารักๆ สักอันติดกระเป๋าก็คงจะดี ถ้าผู้จัดคนไหนกำลังหาของที่ระลึกอยู่ อย่าลืมเก็บไอเทมนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกนะคะ

และนี่คือไอเทมที่เหล่าผู้จัดงานอีเว้นท์ส่วนใหญ่เลือกให้เป็นของที่ระลึกประจำงานกัน ใครที่กำลังจะจัดงาน และยังนึกไม่ออกว่าจะใช้อะไรเป็นของที่ระลึก