คลังเก็บป้ายกำกับ: บริษัทโฆษณา

พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย

ทุกวันนี้ใครๆก็ใช้อินเทอร์เน็ตแทบทุกวันในการสื่อสาร โดยเฉพาะผ่านทางโทรศัพท์มือถือ และทางคอมพิวเตอร์ ไว้ในการแชท การหาข้อมูล และติดตามข่าวสารเป็นประจำทุกวัน ทั้งในเรื่องส่วนตัวและในการทำงานบริษัท มาดูข้อมูลภาพรวมและพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย จะเห็นว่าคนไทยติดมือ จนขาดสิ่งนี้ไม่ได้

จากภาพข้อมูลนี้เผยว่า ในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2016 ประชากรของประเทศไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 68.1 ล้านคน มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 38 ล้านคน คิดเป็น 56% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และมีผู้ใช้ Social Network มากถึง 41 ล้านคน โดย Facebook เป็นเว็บไซต์และแอปที่คนไทยใช้มากที่สุดโดยมีคนใช้ถึง 92.1 % ตามด้วย LINE 85.1% และ Google+ 67%

สำหรับยอดผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในประเทศไทยช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2015 มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่มีจำนวนผู้ใช้ 20 ล้านเลขหมาย และมีการใช้บริการเครือข่าย 4G ถึง 10.8 ล้านเลขหมาย

โดยอุปกรณ์ส่วนใหญ่ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตยาวนาน ได้แก่ สมาร์ทโฟน 82.1 % เชื่อมต่อนาน 5.7 ชั่วโมงต่อวัน อันดับ 2 และอันดับ 3 เป็นพวก คอมพิวเตอร์พีซี และ Labtop โดยเชื่อมต่อเน็ต นาน 5.4 ชั่วโมงต่อวัน และ 5.2 ชั่วโมงต่อวัน ตามลำดับ จะเห็นว่าคนไทยติดมือถือ ใช้เน็ตตลอดเวลา

สำหรับกิจกรรมที่คนไทยติดมือถือนี้ นิยมใช้อินเทอร์เน็ต ยังคงเป็นการใช้เพื่อใช้งานเข้า Social Network 82.7% รองลงมาเพื่อการค้นหาข้อมูล 56.7% และใช้เพื่ออ่านข่าวสาร 52.2% เป็นต้น หากแยกเป็นกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะเห็นว่า กลุ่ม Gen Y คือกลุ่มที่่่ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด ถึง 54.2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามด้วยกลุ่ม Gen X 47.1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และ Gen Z และ Baby Boomer ซึ่งใช้อินเทอร์เน็ตเท่ากันที่ 41.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ข้อมูลจาก สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) และ MarketingOops

การออกแบบช่องทางโฆษณาขายของ

การออกแบบช่องทางการโฆษณาขายของควรน่าจะได้คำนึงถึงเงื่อนไขในการสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการคิดจะซื้อสินค้าชนิดนั้น ๆ ประเด็นสำคัญที่จะนำมาพิจารณา ได้แก่

1. ขนาดการซื้อ (Lot Size) ปริมาณสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการในการซื้อ 1 ครั้ง ยิ่งซื้อน้อยช่องทางการจัดจำหน่ายต้องเน้นความใกล้ชิดกับผู้บริโภคสามารถตอบสนองความสะดวกด้านเวลา เพราะผู้บริโภคจะซื้อบ่อย ๆแต่ปริมาณต่อครั้งไม่มาก

2. ระยะเวลาการรอ (Waiting Time) ระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าให้ผู้บริโภคนานเท่าใด ซึ่งแน่นอนว่าผู้บริโภคต้องการเลือกใช้ช่องทางที่ใช้เวลาเร็วที่สุด สินค้าบางชนิดผู้บริโภครอได้ แต่บางชนิดเมื่อตัดสินใจซื้อต้องได้สินค้าทันที

3. ความสะดวกในการหาซื้อ (Spatial Convenience) การอำนวยความสะดวกในการหาซื้อสินค้าแก่ผู้บริโภค เช่น จำนวนร้านค้าที่มากเพียงพอ การกำหนดจำนวน Showroom หรือความสะดวกจากการสั่งซื้อสินค้าที่บ้านผ่านทาง Catalog Sales

4. ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ (Product Variety) ช่องทางการจัดจำหน่ายจะนำเสนอต่อผู้บริโภคโดยทั่วไปผู้บริโภคอยากให้มีความหลากหลาย เพื่อจะได้มีโอกาสเลือกสรรสินค้าที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด

5. บริการ (Service Backup) บริการที่เกี่ยวข้องกับการขาย เช่น การให้สินเชื่อ การรับประกันการจัดส่งการติดตั้ง การซ่อมแซมบำรุงรักษา ฯลฯ ยิ่งบริการมีมากเท่าใดก็เป็นภาระแก่ช่องทางการจัดจำหน่ายมากเท่านั้น แต่ถ้าผู้บริโภคต้องการบริการที่ติดไปกับสินค้า การออกแบบช่องทางการจัดจำหน่ายก็ต้องจัดให้มีศูนย์บริการอำนวยความสะดวกให้ด้วย

การโปรโมทเว็บของท่านด้วย SEO นั้นสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

ในช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจไม่ค่อยดี บริษัท โฆษณาเว็บไซต์ ขนาดใหญ่นำมาตรการต่าง ๆ มาใช้จัดการกับปัญหาการชะลอตัว เช่น ลดคนงาน ลดวันทำงาน หรือตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก แต่ไม่ได้หมายความว่ากิจการขนาดเล็กอย่าง SME ต้องลดการขายไปด้วย คุณยังคงสามารถขายสินค้าในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ เพียงแต่ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์สักหน่อย มาดูกันว่าต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ยอดขายไม่ตก

โฆษณาออนไลน์

โฆษณาออนไลน์

  1. อย่าเชื่อทุกอย่างที่ได้ยิน การที่ข่าวออกมาว่าสภาพเศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงขาลง ไม่ได้หมายความว่าจะกระทบกับยอดขายสินค้าของคุณ กำลังใจและความคิดของคุณเป็นสิ่งสำคัญมากต่อความสำเร็จ ขอให้คิดถึงและสนใจในเป้าหมายที่คุณกำหนดไว้ ถึงแม้ว่าจะทำใจไม่ง่ายนักที่จะคอยมองโลกในแง่ดี แต่เชื่อเถอะว่ากำลังใจสำคัญที่สุด
  2. จำกัดกลุ่มเป้าหมาย ให้กำหนดไปเลยว่าใครที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของคุณ หากคุณไม่ทราบว่ากลุ่มลูกค้าคุณมีลักษณะอย่างไร ให้คุณหันกลับไปดูลูกค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน แล้วตอบให้ได้ว่า ใครเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ คุณช่วยพวกเขาแก้ปัญหาอะไร ทำไมเขาจึงทำธุรกิจหรือซื้อสินค้ากับคุณ ถ้ายังไม่ทราบคำตอบก็ให้ถามลูกค้าโดยตรง
  3. ใช้วิธีโฆษณาที่หลากหลาย เมื่อคุณกำหนดได้แล้วว่าใครเป็นกลุ่มเป้าหมาย ให้เริ่มสร้างความสัมพันธ์กับพวกเขาผ่านการ โฆษณาออนไลน์  ต่างๆ เช่น อีเมล์ โทรศัพท์ จดหมาย จัดงานเปิดตัว หรือแม้แต่การทำการโปรโมทเว็บก็ตาม เป็นต้น แต่อย่าลืมว่าต้องวางแผนและกำหนดเวลาให้ดี
  4. การนำเสนอต้องชัดเจน คุณต้องแน่ใจว่าการนำเสนอของคุณทุกครั้งเมื่อพบกับว่าที่ลูกค้าหรือลูกค้าปัจจุบันนั้น ตอบโจทย์ของพวกเขาได้จริง คุณไม่ต้องไปเล่าเรื่องไร้สาระเกี่ยวกับบริษัท เช่น เปิดมานานแค่ไหน มีใครเป็นหุ้นส่วน ฯลฯ แต่ให้เน้นไปในส่วนที่ว่าเขาจะได้อะไรจากการซื้อสินค้าหรือบริการจากคุณ หากสินค้าของคุณช่วยลดค่าใช้จ่ายให้เขา ก็ให้บอกไปเลยว่าเท่าไหร่ หากสินค้าของคุณจะช่วยเพิ่มผลผลิตหรือลดข้อผิดพลาดได้ ก็ให้บอกไปเลยว่าลดได้อย่างไร การตัดสินใจซื้อของลูกค้าในขณะนี้อยู่ที่ความคุ้มค่ามากกว่าเรื่องอื่นใด
  5. ห้ามหยุดการประชาสัมพันธ์ ต้องคอยติดตามข่าวสารต่างๆบนโลกออนไลน์ รวมทั้งทำการโปรโมทเว็บควบคู่ไปด้วย อย่ามุดเข้าไปซ่อนตัวในถ้ำแล้วรอจนกว่าเศรษฐกิจดีจึงค่อยออกมา ถึงป่านนั้นลูกค้าก็ลืมคุณไปแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องสร้างเครือข่ายให้ถูกสถานที่และเวลา เช่น คุณอาจจะเขียนบทความลงในนิตยสารที่เกียวข้องกับธุรกิจ รวมทั้งใช้พวก social network , SEO ให้เป็นประโยชน์ กลุ่มเป้าหมายอาจจะยังไม่มีงบที่จะซื้อสินค้าของคุณ ณ ขณะนี้ แต่หากคุณโปรโมทให้เห็นให้เป็นที่รู้จักบ่อยๆ แล้ววันหนึ่งเมื่อพวกเขาจะซื้อ เขาอาจเลือกซื้อสินค้าจากคุณมากกว่าจากคู่แข่งก็เป็นได้

ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจในปัจจุบันนั้นจะย่ำแย่แค่ไหนก็ตาม แต่การ โฆษณาเว็บไซต์ ก็ยังคงดำเนินไปได้ เพียงแค่เราไม่หยุดนิ่งที่จะทำการเรียนรู้ช่องทางการตลาดต่างๆ ไม่หยุดนิ่งที่จะโปรโมทสินค้าหรือธุรกิจไปยังกลุ่มเป้าหมายของเรา เราก็สามารถที่จะขายสินค้าของเราได้ พยายามเรียนรู้คู่แข่งและทิศทางการแข่งขันในโลกปัจจุบันควบคู่ไปด้วย อย่างน้อยๆก็เพื่อที่จะได้ก้าวทันตามโลกที่เปลี่ยนแปลงไป